Saturday, 19 September 2015

บทเรียนจากการสัมมนาและการเรียนรู้จากที่ต่างๆ

1. ข่าวก็ควรอ่าน แต่ต้องวิเคราะห์ให้เป็นจะมีประโยชน์มาก แยกให้ออกว่าอันไหนข่าวดีข่าวร้ายกับหุ้นตัวไหน
2. เทคนิคดี แต่ mindset ไม่ผ่าน ไม่กล้า cut มันก็ไม่เวิก ความคิดว่ากลัวมันเด้ง ให้เลิกคิดเรื่องนี้เพราะมันไม่ได้โชคดีเสมอไป
3. แต่ mindset ได้ เทคนิคไม่แม่นยำ ก็ย่ำแย่เช่นกัน
4. เล่นให้เหมือนเป็นเงินก้อนสุดท้ายของชีวิต เราจะเล่นแบบปลอดภัย มันคือการลงทุนให้ได้กำไร ไม่ใช่การพนันหรือเล่นเกมเพื่อความสนุกอยากเอาชนะ
5. ระบบเทรดเป็นเรื่องของส่วนตัวเฉพาะใครเฉพาะมัน เพราะมันเป็นเรื่องจริตและการดำเนินชีวิต
6. อย่ายึดติดสูตรสำเร็จ เพราะหุ้นก็เหมือนคน นิสัยอาจจะคล้ายแต่ไม่เหมือนกัน แถมนิสัยยังเปลี่ยนได้ตามกาลเวลา ก็ต้องปรับตัวกันไป
7. อ่านมากหลายเรื่อง รู้ไปใช่ว่าจะได้ใช้แถมสับสน เอาเรื่องที่จะใช้ แต่ให้แตกฉานดีที่สุด
8. อย่าคาดหวังการรวยเร็ว แต่ให้เป็นการสะสมกำไรไปเรื่อยๆจนพอร์ตโต เพราะต้องกระจายความเสี่ยงแบ่งพอร์ตไม่ใช่ all in เล่นไม่หวังฟลุค
9. ใช้อัตราทบต้นให้เป็นประโยชน์ เล่นแบบรันเทรนด์พอร์ตจะโตได้ดีกว่าเดย์เทรด
10. เห็นโวลุ่มเข้าเยอะ ไม่ได้แปลว่าจะขึ้นเลย ให้เก็บไว้เป็น Watchlist รอวิ่งค่อยเข้า
11. ไม่ได้ต้องเข้าทุกหุ้นที่เราเจอ แต่ต้องเข้าจุดที่เราได้เปรียบและต้องคุ้มเสี่ยง
12. ไม่เกี่ยวว่าจะต้องซื้อเย็น (นั่นมันเฉพาะหุ้นปั่น) แต่ให้ซื้อในราคาที่วางแผนไว้


เขียนแพลนการเทรดชัดเจน

System trade condition

Buying
1. RSI Week >50
2. EMA 10 >EMA 25 (Price around EMA25 if possible or at least EMA10)
3. Breakout trend line after retracement
4. Higher high higher low
5. Volume up when take high
6. เน้นการเลือกหุ้นเป็นตัวๆจนกว่าจะหมดรอบ ไม่ลงทุนกระจาย
7. Time Stop 3 days

Selling
1. 70% Profit protection
2. Graph under EMA 5 in short term, long term EMA10


ข้อผิดพลาดซ้ำๆที่ต้องแก้ให้ได้
1. ลืมดู Time frame week ก่อนเข้า
2. มโนไปเองว่ามันกลับตัวแล้ว โดยยังไม่เกิดเทรนด์ให้เห็น
3. พอราคาไม่ลงเท่าที่วางแผนไว้ก็ลนลานรีบเข้า โดยไม่สนใจว่า RRR มันลดลง
4. การเลือกจุด stop ให้ถูกต้องและเลื่อนจุด stop ขึ้นไปเมื่อหุ้นขึ้น

กฏการเทรด
1. อย่ารีบร้อนเข้า ดูเชิงไปก่อน
2. เลือกหุ้นที่เป็นเทรนด์ขาขึ้นหรือเบรกจริงเท่านั้น
3. Scan กราฟไม่พอต้อง Scan Volume ด้วยทุกวัน
4. ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ให้เป็น แต่ก็อย่าลนลานเมื่อหุ้นวิ่ง ถ้าของมันจะใช่คือต้องเข้าตามแผน แต่ก็อย่ายึดติดจนตกรถ
5. เข้าด้วยกราฟ ออกด้วย fractal / Profit protection

Friday, 18 September 2015

18/9/58 Stock diary

Port Drawdown : 10%
Wining rate : 51%




ใกล้ขึ้นเหนือน้ำแล้ว สู้เขาๆ



BUY : ITD
SELL :-

ที่มา : Efin




CHG
ยังคงยึกยักๆ ถึงจะเบรกเส้นเทรนด์ย่อยขึ้นมาแต่ใช่ว่าจะผ่านแนวต้าน รอดูก่อน




ITD
ใจร้อนเข้าไปนิด เพราะเห็นว่าย่อแล้ว


TPIPL
หลังจากเข้าออกเอากำไรเล็กน้อยไป รอมันย่อ แล้วตอนนี้ก็ไต่ราคาขึ้นมาแล้ว อาจจะย่ออีกรอเข้า



GENCO


ปัญหาที่ค้นพบ
-เล่นหุ้นกระจายเกินไปทำให้ไม่โฟกัส เวลาไม่ว่างเฝ้าจอไม่ควรเล่นเยอะเกินไป เปลี่ยนมาเน้นๆไม่กี่ตัวก็พอ
-ไม่เคยแยกพอร์ตว่าจะเล่นหุ้นแบบไหนสไตล์ไหนในวงเงินที่จำกัดเท่าไหร่ แค่แบ่งไม้ยังไม่พอ
-ต้องกำหนดเป้าหมายทำกำไรด้วย แค่ stop loss ยังไม่พอ
-ทำความเข้าใจใหม่เรื่องจุด stop loss นั่นคือ Low ของวันก่อนหน้า ไม่ใช่การตั้ง % ล่วงหน้า แล้วให้เปลี่ยน stop loss ไล่ขึ้นไป
-ปัญหาที่ทำให้พอร์ตลด มันมาจากการ cut loss เป็นหลัก จำนวนครั้งไม่สำคัญเท่าปริมาณเงินที่ได้กับเสีย ต้องฝึก cut loss แบบไม่เสียดายว่ามันจะเด้ง
-เปลี่ยนวิธีการเล่นตาม break ทันที ให้เป็นมารอดูการยืนของหุ้น โดยไม่ Lower low (ไม่หลุด Low เดิมและ Volume แห้ง สักพักจะขึ้น

Wednesday, 16 September 2015

แปลงานวิจัยเรื่อง Technical analysis and individual investors

แปลงานวิจัยเรื่อง Technical analysis and individual investors

งานวิจัยค้นพบว่าผู้ลงทุนที่ใช้การวิเคราะห์เทคนิคอลและการเทรดบ่อยๆ จะตัดสินใจแย่ ส่งผลให้มีผลตอบแทนต่ำกว่าผู้ลงทุนแบบอื่น คนที่บอกว่าใช้เทคนิคอลมักมีแนวโน้มที่จะมีการคะเนของการเติบโตในตลาดระยะสั้นแบบไม่ได้สัดส่วน จะถือพอร์ตที่ลงทุนแบบเน้นๆมากกว่า ซึ่งจะซื้อหุ้นที่ราคาสูงกว่า และมีแนวโน้มที่จะเสี่ยงบนจุดกลับตัวน้อยกว่า เลือกการลงทุนที่เสี่ยงในสัดส่วนที่สูงในอัตราส่วนที่สูงว่าระหว่างความเสี่ยงที่ไม่เป็นระบบไปจนถึงความเสี่ยงเต็มขั้น และนิยมไปลงทุนในออปชั่น (อนุพันธ์)มากกว่า และได้ผลตอบแทนน้อยกว่า

นักลงทุนแบบเทคนิคอลโดยไม่มีการวิเคราะห์พื้นฐานจะมีประสบการณ์น้อยกว่า และมีอายุโดยเฉลี่ยน้อยกว่าและมักจะเป็นผู้ชาย คนที่เล่นแบบอนุพันธุ์จะใช้เทคนิคอลมากกว่าแบบอื่น

งานวิจัยระบุว่าการวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นเหมือนเครื่องมือในการแสดงออกของอคติผ่านการเทรด เป็นการแสดงออกให้เห็นถึงการมองโลกในแง่ดีเกินเหตุและมั่นใจเกินไป และไม่ค่อยมีเป้าหมายในการทำให้ทุนเติบโต แต่มีเป้าหมายในการเล่นเป็นงานอดิเรก และมีเป้าหมายหลักคือการเก็งกำไร ยกเว้นกลุ่มที่ใช้เทคนิควิเคราะห์พื้นฐานและเทคนิคอลร่วมกัน

การเทรดแบบเทคนิคอลแทบไม่มีประโยชน์กับรายย่อย ที่จะต้องเจอการเสียค่าคอมเยอะกว่า และต้องพิจารณาถึงค่าเสียเวลาในการจะเป็นผู้เชี่ยวชาญของการเก็งกำไรค่าเงิน และต้องคอยติดตามข่าวสารตลาดในทุกวัน ค่าคอมที่สูงเกิดจากการที่นักลงทุนเล่นตามกฏเทคนิคที่ต้องรับความเสี่ยงอย่างเลี่ยงไม่ได้
นักลงทุนที่มีความทะเยอทะยานมากกว่าและคนที่เล่นพอร์ตแบบเน้นๆมากกว่าจะเทรดเยอะกว่า นักลงทุนที่รวยกว่าจะมีหุ้นที่มีกำไรเยอะกว่า แต่จะได้กำไรจากอนุพันธ์ต่ำกว่า นักลงทุนที่ประสบการณ์มากกว่าจะเทรดน้อยครั้งกว่า ในขณะที่คนที่ชอบความเสี่ยงสูงจะเทรดบ่อยกว่า

มีคำเรียกว่า high roller ในการเรียกนักลงทุนที่เก็งกำไรสูง คนพวกนี้จะใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นกลยุทธและหวังเงินจากการลงทุนระยะสั้น โดยคนเหล่านี้มีนิสัยพฤติกรรมเหมือนนักลงทุนที่ชอบแทงหวยในหุ้น
นักลงทุนรายย่อยมีแนวโน้มที่จะซื้อหุ้นที่เหมือนล็อตเตอรี่ ซึ่งหุ้นพวกนี้มีราคาแพงเกินไป กลุ่มที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญจะใช้ชาร์ตราคาในการทำนายราคา และมีแนวโน้มสูงมากที่จะพนันบนเทรนด์ โดยมีอคติสูงกว่าเมื่อเทรนด์ในอดีตขึ้นมากกว่าลง และเชื่อว่ามันคือการแสดงออกถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ เมื่อมีข้อมูลอธิบายสาเหตุของเทรนด์ พวกเขาจะพนันของความต่อเนื่องไม่ใช่จุดกลับตัว และมักไม่ขายบนเทรนด์ นักเล่นแบบเทคนิคอลจะพนันบนจุดกลับตัวน้อยกว่านักลงทุนแบบอื่น  การจะแก้ได้คือต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่ในการมองรูปแบบจำลองที่ซ่อนอยู่นั้น

คำแนะนำทั่วไปสำหรับนักลงทุนรายย่อยคือให้จำกัดความพยายามในการชนะตลาดและให้ลงทุนพอร์ตราวกับว่าตลาดมีประสิทธิภาพ ทำแบบนี้แล้วจะช่วยเลี่ยงการทำลายตัวเองเนื่องจากผลของความอ่อนแอทางจิตวิทยาของตัวเอง




Friday, 11 September 2015

11/9/58 Stock diary

BUY :-
SELL : CCN


SET ยังคงใจร้ายกับเราต่อ ไปยอมขึ้นเหนือ 1400 ซักที วันนี้แค่แตะๆ

Plan
1.CUT SYNTEC, SGP,BSM, HPT, PLANB
2. เริ่มตั้ง Alert อย่างละเอียด แก้ไขปัญหาตัวเองไม่มีเวลาเฝ้าจอ
3. วางแผนการ cut loss ใหม่ ไม่ใช่แค่ตั้ง 5% แต่เป็น trailing stop จริงๆ
4. ถ้าเข้าแล้วครึ่งเช้าราคาไม่วิ่ง ขายคืนไปก่อนเลย
5. ราคาดูกันที่ราคาปิดราคาระหว่างวันดูแล้วจะสับสน ยกเว้นหุ้นซิ่ง
6. จะไม่ซื้อตัวใหม่จนกว่าจะโละตัวกว่าเหลือแค่ 5-6 ตัว
7. ระวังการเลือกหุ้นให้ดี เลือก freefloat เยอะๆ

ข้อผิดพลาดที่เรียนรู้คือ อย่าเข้าตอนเบรก รอดูอาการก่อน


AUCT


SIRI



BSM
เจ็บปวด





MONO
ที่มา : F6
โวลุ่มเยอะ แต่ราคาขึ้นนิดเดียว น่าสนใจ


RICH
ที่มา : โกคูส์
นี่ก็โวลุ่มเยอะ แท่งสั้น



TFI
ที่มา : Scan
หุ้นซิ่งแน่นอน freefloat น้อยมาก



NPP
ที่มา : เขาบอกมา
โวลุ่มเยอะ เจ้าเก็บของ



BTS
ที่มา : Scan safe safe


Thursday, 10 September 2015

10/9/58 Stock diary

BUY : BSM, JAS
SELL : -


SET เริ่มก่อตัวเป็นแนวขาขึ้น หุ้นหลายตัวเริ่มโผล่ขึ้น

บทเเรียน
1. เข้าตาม volume ใช่ว่าวันรุ่งขึ้นจะวิ่ง แต่อาจจะเป็นการสะสมพลังตราบใดที่ไม่ลงจนถึงจุดคัท ให้กัดฟันถือไปก่อน ซื้อตอนเปิดตลาดก็ได้
2. ถ้าเข้าหุ้นที่ MACD กลับตัว มีแนวโน้มจะไปต่อถ้าเป็นหุ้นสายแข็ง (ค่า PE ไม่ใช่คำตอบ แต่เป็นหุ้นที่ตลาดชอบเล่น)
3. จำนวนหุ้นในพอร์ตเยอะเกินไปทำให้ distract โฟกัสตัวที่วิ่งขึ้นลงได้ไม่ครบ

PLAN
ทะยอยขายหุ้นในมือออกก่อนจะรับตัวใหม่
CUT
PLANB, HPT, BSM

รอทำกำไร
TPIPL, SIRI,

BSM
สรุปว่าเป็นอาการหุ้นปั่นชัดๆ ทุบลงท้ายตลาด false break ไม่ว่า ลงตู้มทีเดียวไปเท่าเดิม คัทไม่ทัน T_T


Wednesday, 9 September 2015

หุ้นที่น่าสนใจ V.S. หุ้นที่ยังไม่ชัวร์

หุ้นน่าสนใจ
1. ค่า PE ลด
2. Breakout แนวต้าน
3. RSI >50 แต่ <90
4. Sto ไม่เกิน 70
5. MACD มี divergence หรือ histogram เป็นสีเขียวมา 2เส้น
6. เส้น ema 10 ตัดขึ้น 25 หรืออยู่เหนือ10
7. แท่งเทียนกลับตัวและconfirm
8. แท่งเทียนสั้นแต่ vol มาก
9. อยู่ในระยะเวฟแรกๆ
10. ค่า RRR คุ้มกับการเทรด

หุ้นที่ยังไม่ชัวร์
1.เบรกเทรนไลน์ไม่ได้แปลว่าขึ้น อาจจะออกข้างก็ได้ แค่บอกว่าให้จับตาดู
2. หุ้น False break มีบ่อยให้รอดูว่ายืนได้หรือไม่ อย่ารีบร้อน
3. หุ้นที่มีโวลุ่มเข้ามากๆไมได้แปลว่าจะขึ้นเสมอไป รายใหญ่อาจจะกดราคาให้ต่ำเพื่อเขย่าเม่าออกไปก่อนจะขึ้น ยังไม่ต้องรีบเข้าอีกเช่นกัน ถ้าจะเล่นรอบใหญ่อย่าใจร้อน

จุดสำคัญสำหรับ trend following trader..
1.คัดเลือกหุ้นพื้นฐานดีเพื่อ long (พื้นฐานไม่ดีเพื่อ short) เลือกไว้อย่างละ 3 ตัว แบ่งตังค์ไว้เท่าๆกัน
2.เทรนด์ที่กำลังเล่น เพื่อ long (เทรนด์ที่ห่วยสำหรับshort) 
3.นำเข้าสู่ระบบเทรด
4.ตั้งจุด stop loss 3 ช่อง และ trailing stop 3 ช่อง
5.เชื่อและปฏิบัติตามระบบอย่างเคร่งครัดขายก็ขายซื้อก็ต้องทำตามระบบอย่าอิดออด
ว่าด้วยเรื่องของการตัดขาดทุนและรักษากำไรด้วย : Trailing Stop
6. trend มาจากภาพรวมใหญ่ ไม่ใช่ข่าว
7. ส่วนใหญ่ช่วงเช้าตลาดจะคึกคัก ถ้าเลือกถูกมันก็วิ่งเป็นจรวด ถ้าผิดมันก็ลง ถ้าราคาไม่ขยับ ก็ตัดสินใจเอาว่าจะขายเพื่อจบ หรือดูต่อ 
8. เล่นหุ้นขาขึ้นดีกว่าหุ้นขาลงแล้วถัวตลอดเวลามีแต่จะติดมากขึ้น ซื้อแพงขึ้นดีกว่าซื้อถูกลง ถัวแล้วแพงขึ้นดีกว่าถัวแล้วถูกลง
9. หาจังหวะsapบ้างถ้าเป็นหุ้นพื้นฐานไม่ซื้อเพิ่มจนกว่าจะเปลี่ยนเทรน ไม่ก็คัททิ้งถ้าเป็นหุ้นปั่น

หุ้นที่ควรเข้า
1. MACD ตัดกันทิศทางขึ้น หรือ ADX DI+ตัดไปเหนือเส้น DI- แสดงถึงเทรนด์ที่ชัดเจน
2. RSI ไม่สูงเกินไป (ทั้งนี้ไม่จำเป็นว่าเกิน 70 แล้วจะเข้าไม่ได้ต้องดูอย่างอื่นประกอบ
3. มี New High (ตามกรอบเวลาที่เราประเมิน)
4. Volume มีนัยยะสำคัญ (ดูได้จาก VROC หรือ Volume เบรก SMAV14 

หุ้นที่ไม่ควรถือต่อ
1. มีจุดต่ำใหม่
2. หลุด Trend Line (Trailing Stop)
3. SMAV14 ตัด RSI

ลิงค์หุ้นปันผลดี
http://www.ruayhoon.com/xd.php


9/9/58 Stock diary

BUY : SIRI, TPIPL, AUCT
SELL : LIT (กำไร)

บทเรียนวันนี้
1. ทำยังไงให้เข้าถูกเวลา ตอนนี้เข้าถูกตัวแล้ว
2. จะดูยังไงถ้าก่อนจะคัทตัวไหนจะวิ่ง (คำตอบคือไม่มีใครรู้) ดังนั้นคัทไปก่อนเนิ่นๆอย่าถือนาน
3. เข้าเย็นออกเช้า กับดูตามแนวรับแนวต้าน แบบไหนที่เราถนัดกว่า
4. สำคัญคือความมั่นใจ วันไหนที่มั่นใจมักจะเทรดดี แต่นั่นเพราะเราพิจารณาอย่างดีแล้ว

การบ้าน
ศึกษาเรื่อง NP ใหม่ให้ถ่องแท้

AUCT

FORTH
ราคาเธอขึ้นๆลงๆ รอแนวรับ


SIRI


TPIPL