หลังจากงมอยู่ตั้งนานก็ได้เข้าใจเสียทีว่าคำนี้จริงๆคืออะไร
“ระดับของการลดลงของเงินทุนจากจุดสูงสุด (Historical Peak) ที่เคยเกิดขึ้นมาตลอดระยะเวลาในการลงทุน”
คือคำเรียกของเวบแมงเม่าคลับ
http://mangmaoclub.com/endurance/
แต่อ่านในเวบนี้น่าจะเข้าใจง่ายกว่า
http://www.thaiforexschool.com/viewfulldetial.php?id=173
Saturday, 18 April 2015
Thursday, 9 April 2015
ว่าด้วย Warrant
สารภาพตามตรงว่าก่อนหน้านี้ซื้อตัว warrant โดยไม่รู้อะไรเลยว่ามันคืออะไร วันนี้ติดดอยจริงจังเลยต้องหาข้อมูลในการคิดคำนวณมาเพื่อตัดสินใจสภาพการแปลงหุ้น
warrant คือใบสำคัญแสดงสิทธิ (ภาษาทางการที่อ่านแล้วงง) อธิบายง่ายๆคือหุ้นบริษัทต้องการเพิ่มจำนวนหุ้นเพื่อเพิ่มเงินทุน ก็เลยเพิ่มโดยใช้ warrant นี่แหละ ซึ่งเราเรียกหุ้นตัวใหญ่ว่าหุ้นแม่ แล้วแตกตัวออกมาเป็นหุ้นลูก (warrant) ชื่อจะมีห้อยติ่งตัว W1,2,3 อะไรก็ว่าไป
การซื้อขายหุ้นลูกก็เหมือนหุ้นปกติ แต่ที่จะไม่ปกติคือมันมีวันหมดอายุ ซึ่งจะต้องแปลงสภาพกลับไปเป็นหุ้นแม่และต้องเสียค่าแปลงหุ้นด้วย เสียค่าสิทธิ์การแปลงหุ้น (ราคาคิดหุ้นแม่ตัวละกี่บาท) ไม่งั้นหุ้นที่ถือไว้จะมีมูลค่าเป็น 0 เมื่อหมดอายุ
ประเด็นคือเวลาแปลงยังมีเรื่องอัตราส่วน หุ้นลูก : หุ้นแม่ ซึ่งแปลว่า 1 หุ้นลูกจะแปลงเป็นหุ้นแม่ได้เท่าไหร่ ปกติมักจะเป็น 1:1 (ไม่แน่เสมอไปต้องตรวจสอบให้ดี)
วิธีคิดแบบง่ายๆ
ยกตัวอย่างเช่น
หุ้น ABC มีอัตราการแปลงสิทธิ์ 1:2 (1 หุ้นลูกแปลงได้ 2 หุ้นแม่)
เสียค่าใช้สิทธิ์แปลงหุ้น 1 บาท
ราคาตลาดตอนนี้ หุ้นแม่ 3 บาท หุ้นลูก 1 บาท
แปลว่า เสียเงิน 3 บาท ได้หุ้นแม่ 2 ตัว (ค่าหุ้นลูก 1 บาท แปลงหุ้นแม่ตัวละ 1 บาท 2 ตัว รวมเป็น 3 บาท)
เท่ากับว่าเราได้กำไรหุ้นลูกละ 3 บาท (เพราะหุ้นแม่ได้มาฟรีๆ 1ตัว)
แต่นั่นเป็นการคำนวณ ณ ราคาตลาดปัจจุบัน เราต้องคำนวณดูราคาที่เราถือไว้ด้วยว่าเราซื้อต้นทุนมาราคาเท่าไหร่ เอาง่ายๆว่าได้กำไรหรือขาดทุนกันแน่ แล้วถ้าแปลงแล้วสภาพอนาคตของหุ้นแม่มันยังขึ้นได้อีกมั้ย คำนวณกันยาว
แต่ที่ต้องระวังคือพอหุ้นลูกแปลงสภาพเข้าตลาด อาจมี่ความเสี่ยงในการทุบราคาให้ถูกลงเพื่อเจ้ามือจะได้กว้านซื้ออีกก็เป็นได้ แต่ในทางกลับกันถ้าราคามันพุ่งสูงขึ้นตอนที่แปลงสภาพ ก็ได้กำไรเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
เทคนิคการดู warrant ไว้ศึกษาแล้วจะมาเขียนอีกที
warrant คือใบสำคัญแสดงสิทธิ (ภาษาทางการที่อ่านแล้วงง) อธิบายง่ายๆคือหุ้นบริษัทต้องการเพิ่มจำนวนหุ้นเพื่อเพิ่มเงินทุน ก็เลยเพิ่มโดยใช้ warrant นี่แหละ ซึ่งเราเรียกหุ้นตัวใหญ่ว่าหุ้นแม่ แล้วแตกตัวออกมาเป็นหุ้นลูก (warrant) ชื่อจะมีห้อยติ่งตัว W1,2,3 อะไรก็ว่าไป
การซื้อขายหุ้นลูกก็เหมือนหุ้นปกติ แต่ที่จะไม่ปกติคือมันมีวันหมดอายุ ซึ่งจะต้องแปลงสภาพกลับไปเป็นหุ้นแม่และต้องเสียค่าแปลงหุ้นด้วย เสียค่าสิทธิ์การแปลงหุ้น (ราคาคิดหุ้นแม่ตัวละกี่บาท) ไม่งั้นหุ้นที่ถือไว้จะมีมูลค่าเป็น 0 เมื่อหมดอายุ
ประเด็นคือเวลาแปลงยังมีเรื่องอัตราส่วน หุ้นลูก : หุ้นแม่ ซึ่งแปลว่า 1 หุ้นลูกจะแปลงเป็นหุ้นแม่ได้เท่าไหร่ ปกติมักจะเป็น 1:1 (ไม่แน่เสมอไปต้องตรวจสอบให้ดี)
วิธีคิดแบบง่ายๆ
ยกตัวอย่างเช่น
หุ้น ABC มีอัตราการแปลงสิทธิ์ 1:2 (1 หุ้นลูกแปลงได้ 2 หุ้นแม่)
เสียค่าใช้สิทธิ์แปลงหุ้น 1 บาท
ราคาตลาดตอนนี้ หุ้นแม่ 3 บาท หุ้นลูก 1 บาท
แปลว่า เสียเงิน 3 บาท ได้หุ้นแม่ 2 ตัว (ค่าหุ้นลูก 1 บาท แปลงหุ้นแม่ตัวละ 1 บาท 2 ตัว รวมเป็น 3 บาท)
เท่ากับว่าเราได้กำไรหุ้นลูกละ 3 บาท (เพราะหุ้นแม่ได้มาฟรีๆ 1ตัว)
แต่นั่นเป็นการคำนวณ ณ ราคาตลาดปัจจุบัน เราต้องคำนวณดูราคาที่เราถือไว้ด้วยว่าเราซื้อต้นทุนมาราคาเท่าไหร่ เอาง่ายๆว่าได้กำไรหรือขาดทุนกันแน่ แล้วถ้าแปลงแล้วสภาพอนาคตของหุ้นแม่มันยังขึ้นได้อีกมั้ย คำนวณกันยาว
แต่ที่ต้องระวังคือพอหุ้นลูกแปลงสภาพเข้าตลาด อาจมี่ความเสี่ยงในการทุบราคาให้ถูกลงเพื่อเจ้ามือจะได้กว้านซื้ออีกก็เป็นได้ แต่ในทางกลับกันถ้าราคามันพุ่งสูงขึ้นตอนที่แปลงสภาพ ก็ได้กำไรเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
เทคนิคการดู warrant ไว้ศึกษาแล้วจะมาเขียนอีกที
Wednesday, 11 March 2015
การศึกษาด้วย youtube
วันนี้เริ่มเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางความรู้ของตัวเอง เริ่มเห็นว่าอ่านบทความในอินเตอร์เน็ตแล้วเข้าใจมากขึ้น แสดงว่าทิศทางการหาข้อมูลของตัวเองมาถูกทาง
ตอนนี้ยิ่งชัดเจนกับตัวเองว่าตัวเองมาสายเทคนิคอลเป็นแน่แท้ ชอบการคำนวณมากกว่าการหาข้อมูลเชิงลึกมานั่งวิเคราะห์ แต่ก็ไม่แน่อนาคตก็คงจะต้องมีลงทุนแบบนั้นไว้ด้วยเหมือนกัน
เปลี่ยนจากอ่านมาเป็นฟังบ้างก็ง่ายไปอีกแบบ
นิยามวันนี้
สถิติไม่ใช้ร้อยเปอร์เซ็นต์ มันคือความน่าจะเป็น
ตอนนี้ยิ่งชัดเจนกับตัวเองว่าตัวเองมาสายเทคนิคอลเป็นแน่แท้ ชอบการคำนวณมากกว่าการหาข้อมูลเชิงลึกมานั่งวิเคราะห์ แต่ก็ไม่แน่อนาคตก็คงจะต้องมีลงทุนแบบนั้นไว้ด้วยเหมือนกัน
เปลี่ยนจากอ่านมาเป็นฟังบ้างก็ง่ายไปอีกแบบ
ทำกำไรจากหุ้น โดยวิธีเทคนิคอล
https://www.youtube.com/watch?v=rLNP0yAASLEนิยามวันนี้
สถิติไม่ใช้ร้อยเปอร์เซ็นต์ มันคือความน่าจะเป็น
Monday, 9 March 2015
การ์ตูนหุ้น อ่านเข้าใจง่าย
ปัญหาตอนนี้ที่เห็นชัดเจนคือ ดูกราฟรู้เรื่องแต่ไปต่อไม่ได้ ไม่รู้ควรขายเท่าไหร่ คำนวณไม่เป็น คงต้องรีบหาที่เรียนด่วนๆ มานั่งงมเองคงเสียเวลาอีกนาน
วันนี้เพื่อนส่งการ์ตูนมาให้อ่าน ได้ความรู้แปลกๆอีกแล้ว
เพจเฟสบุค ลงทุน หุ้น การเงิน Tactschool ส่งต่อความรู้ทางการเงิน
การอ่านงบการเงินง่ายๆ
http://pantip.com/topic/33784056?utm_source=facebook&utm_medium=MacroArtBlog&utm_content=boy&utm_campaign=33784056
วันนี้เพื่อนส่งการ์ตูนมาให้อ่าน ได้ความรู้แปลกๆอีกแล้ว
เพจเฟสบุค ลงทุน หุ้น การเงิน Tactschool ส่งต่อความรู้ทางการเงิน
การอ่านงบการเงินง่ายๆ
http://pantip.com/topic/33784056?utm_source=facebook&utm_medium=MacroArtBlog&utm_content=boy&utm_campaign=33784056
Sunday, 8 March 2015
ตัวย่อหลังหุ้น
XD (Excluding Dividend): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล
XR (Excluding Right): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิจองซื้อหุ้นออกใหม่
XW (Excluding Warrant): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหลักทรัพย์
XS (Excluding Short-term Warrant) : ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับใบสำคัญแสดงสิทธิในการจองซื้อหลักทรัพย์ระยะสั้น
XT (Excluding Transferable Subscription Right): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้
XI (Excluding Interest): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับดอกเบี้ย
XP (Excluding Principal): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับเงินต้นที่บริษัทประกาศจ่ายคืนในคราวนั้น
XA (Excluding All): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิทุกประเภทที่บริษัทประกาศให้ในคราวนั้น
XE (Excluding Exercise): แสดงการปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น เพื่อให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นในการนำตราสารสิทธิไปแปลงสภาพเป็นหุ้นอ้างอิง
XM (Excluding Meetings): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่มีสิทธิเข้าประชุมผู้ถือหุ้น
XN (Excluding Capital Return): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่มีสิทธิในการรับเงินคืนจากการลดทุน
XB (Excluding Other Benefit): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ ไม่ได้สิทธิจองซื้อหุ้นออกใหม่ ในกรณีต่อไปนี้
- สิทธิจองซื้อหุ้นบุริมสิทธิ ที่จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญ
- สิทธิจองซื้อหุ้นสามัญ ที่จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ
- สิทธิในการจองซื้อหลักทรัพย์ที่เสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป (Public Offering) โดยจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท
- สิทธิในการจองซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทในเครือ
SP คือการถูกล็อคไม่ให้ซื้อขาย บางตัวโดนกันไปเป็นสิบปี ดังนั้นการเล่นหุ้นโดยไม่ดูผลประกอบการแล้วดันไปลงตัวที่เสี่ยงโดน SP มันเป็นอะไรที่ไม่ควรทำอย่างเด็ดขาด
http://www.set.or.th/set/xcalendar.do?language=th&country=TH
XR (Excluding Right): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิจองซื้อหุ้นออกใหม่
XW (Excluding Warrant): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหลักทรัพย์
XS (Excluding Short-term Warrant) : ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับใบสำคัญแสดงสิทธิในการจองซื้อหลักทรัพย์ระยะสั้น
XT (Excluding Transferable Subscription Right): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้
XI (Excluding Interest): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับดอกเบี้ย
XP (Excluding Principal): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับเงินต้นที่บริษัทประกาศจ่ายคืนในคราวนั้น
XA (Excluding All): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิทุกประเภทที่บริษัทประกาศให้ในคราวนั้น
XE (Excluding Exercise): แสดงการปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น เพื่อให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นในการนำตราสารสิทธิไปแปลงสภาพเป็นหุ้นอ้างอิง
XM (Excluding Meetings): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่มีสิทธิเข้าประชุมผู้ถือหุ้น
XN (Excluding Capital Return): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่มีสิทธิในการรับเงินคืนจากการลดทุน
XB (Excluding Other Benefit): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ ไม่ได้สิทธิจองซื้อหุ้นออกใหม่ ในกรณีต่อไปนี้
- สิทธิจองซื้อหุ้นบุริมสิทธิ ที่จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญ
- สิทธิจองซื้อหุ้นสามัญ ที่จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ
- สิทธิในการจองซื้อหลักทรัพย์ที่เสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป (Public Offering) โดยจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท
- สิทธิในการจองซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทในเครือ
SP คือการถูกล็อคไม่ให้ซื้อขาย บางตัวโดนกันไปเป็นสิบปี ดังนั้นการเล่นหุ้นโดยไม่ดูผลประกอบการแล้วดันไปลงตัวที่เสี่ยงโดน SP มันเป็นอะไรที่ไม่ควรทำอย่างเด็ดขาด
http://www.set.or.th/set/xcalendar.do?language=th&country=TH
Monday, 2 March 2015
2/3/2015 เขียนไดอารี่เรื่องหุ้นวันแรกในชีวิต
EMA (Exponential Moving Average)
การดูค่า EMA เรียกง่ายๆ EMA(n) คือค่าเฉลี่ยราคาหุ้นภายใน n วัน ถ้าแท่งมันพุ่งสูงขึ้นไปเหนือเส้น EMA แปลว่าเป็นสัญญาณให้เข้าไปซื้อ และถ้ามันลงมาต่ำว่าเส้นEMA ก็คือสัญญาณขาย จะเฉลี่ยกี่วันก็พิจารณาเอง
แต่มีอีกวิธีคือการหาจุดตัดของ EMA สองเส้นโดยในเวบ siamchart.com จะเป็นEMA15 กับ EMA 45
หลักการดูง่ายๆคือหาจุดที่สองเส้นนี้ตัดกันจะเป็นจุดให้สัญญาณซื้อหรือขาย
วันนี้เลยลองเข้าไปดูตัวที่ติดอยู่
BKD-W1

จากกราฟนี้เห็นเลยว่าที่ผ่านมาเราซื้อขายได้มั่วมาก จริงๆสัญญาณขายมีอยู่สองครั้งแต่ตัวเองไม่เคยดูกราฟเลยกะไม่ถูก พอเห็นกราฟแล้วชัดเจนเลยทีเดียว ตัวนี้มีลุ้นขายออกก่อนชาวบ้าน
JSP

รอสัญญาณการตัด CUT LOSS
ตอนนี้ค่อยๆไต่ระดับนิดๆ แต่เส้นมันวิ่งเสมอเรียบมาก นิ่งๆไปก่อนเลยงานนี้
EFORL-W2
จะดิ่งไปไหนอีก ลงเหวไปเลยมั้ย เส้นอยู่ต่ำกว่าระดับ EMA เยอะมาก อยากจะเป็นลม
TSF -W3
มีวี่แววจะขึ้น แต่ก็ยังต่ำกว่าเส้นอยู่เยอะทีเดียว ทำใจร่มๆรอไปก่อน
คำคมวันนี้ : อย่าริอ่านเล่นตัว Warrant ถ้าใจไม่นิ่งพอ
Subscribe to:
Posts (Atom)

